A female worker stands in front of a machine in an auto parts company.

Press release

โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและไอแอลโอ (ILO-Japan) เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม

งานแสดงผลงาน ความสำเร็จในการพัฒนาทักษะ การดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ที่ยั่งยืนและสามารถปรับตัวได้ดียิ่งขึ้นของไทย

13 มีนาคม 2025

A female worker operates a machine at a Thai auto parts company. © Jittima Srisuknam/ILO
Content also available in: English 日本語

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ข่าว ILO ) – ศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ ได้รับการยกระดับให้มีความเข้มแข็งจากการโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ)

โครงการพัฒนาฝีมือแรงงานและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อการเปลี่ยนผ่านซึ่งมีระยะดำเนินโครงการสองปี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของรัฐบาลญี่ปุ่นจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ที่จะถึงนี้

พิธีปิดโครงการที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568 ได้เชิญผู้เข้าร่วมโครงการและพันธมิตรร่วมกันประเมินผลการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย พร้อมทั้งสำรวจโอกาสต่างๆ ในการขยายผลและต่อยอดความสำเร็จของโครงการฯ

Group photo from the ILO-Japan initiative's closing event.
© ILO
© ILO
The closing event of the Skills Development and Responsible Business Conduct initiative, held in Bangkok on 13 March 2025.

ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและคาร์บอนต่ำ กิจกรรมของโครงการในประเทศไทยได้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับทักษะแรงงานเพื่อพร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็ปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศและหลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

พิธีปิดโครงการสะท้อนถึงความสำเร็จที่สำคัญของโครงการที่รวมถึงการฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะในการมีงานทำของแรงงาน และผลิตภาพแรงงาน ตลอดจนการนำแนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมนี้

อ๊อคตาเวียนโต้ พาซาริบู (Oktavianto Pasaribu) รองผู้อำนวยการสำนักงานองค์การแรงงานระหว่างประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้กล่าวในพิธีปิดโครงการว่า "โดยการเตรียมความพร้อมให้กับแรงงานด้วยทักษะที่จำเป็นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และการทำให้ธุรกิจสอดคล้องกับลำดับความสำคัญของการพัฒนาระดับชาติและระดับนานาชาติ โครงการนี้ได้ยกระดับความก้าวหน้าที่สำคัญสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีความสามารถในการปรับตัว ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย” นายพาซาริบู กล่าว “ความร่วมมือระหว่างไอแอลโอ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมแห่งรัฐบาลญี่ปุ่น และพันธมิตรไตรภาคีในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเหล่านี้”

ภายในงาน มีการนำเสนอเครื่องมือเชิงนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยโครงการ ที่รวมถึงระบบคุณวุฒิและแผนผังอาชีพ (occupational map) เพื่อช่วยให้นายจ้าง แรงงาน และผู้กำหนดนโยบายสามารถรับมือกับลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงไปในภาคอุตสาหกรรม และวางแผนความต้องการทักษะแรงงานในอนาคตได้ มีการนำเสนอผลการฝึกอบรมด้านสิทธิแรงงานในสถานประกอบการ ทักษะด้านดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจของกลางและขนาดย่อม (SME) นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกิจกรรมของโครงการที่สนับสนุนระบบอาชีวศึกษาและการอบรมแบบทวิภาคีของประเทศไทยและเพื่อส่งเสริมโครงการฝึกงานและแนวทางการจ้างงาน

โครงการนี้เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้รับการยอมรับจากผู้แทนจากสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) สภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย (TTUC) และกระทรวงแรงงานของไทย ที่มาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของความร่วมมือในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ

คุณธีรศักดิ์ อยู่เพชร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (AHRDA) กระทรวงแรงงาน เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือกับไอแอลโอว่า “มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างศักยภาพของทั้งแรงงานและนายจ้าง”

“ภายใต้ความร่วมมือกับไอแอลโอ ไม่เพียงแต่จะทำให้เราสามารถเพิ่มผลิตภาพเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสนับสนุนในการสร้างอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในระยะยาว” คุณธีรศักดิ์ กล่าว

Closing event.
© ILO
© ILO
The ILO-Japan initiative showcases impacts on Thailand's Automotive Industry.

“พิธีปิดโครงการในวันนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จในการดำเนินโครงการฯเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีในการหารือแนวทางในการขยายความสำเร็จนี้ต่อไป” นายพาซาริบูกล่าว “เรารู้สึกภูมิใจในความร่วมมือและความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ดำเนินการต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าความพยายามเหล่านี้จะยั่งยืนในระยะยาว”

Relevant projects

โครงการห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศไทย

ILO-Japan Partnership

โครงการห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศไทย