Women workers

การคุ้มครองความเป็นมารดา

ชลบุรีเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองความเป็นมารดาและสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเป็นธรรมมากขึ้น

ผู้แทนนายจ้าง แรงงาน และหน่วยงานภาครัฐ ร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติและประสบการณ์ในการส่งเสริมการคุ้มครองความเป็นมารดา (Maternity protection) การดูแล (Care) และการป้องกันความรุนแรงและการคุกคามในโลกการทำงาน ณ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

19 สิงหาคม 2026

Women workers © ILO
Content also available in: English

จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย (ข่าวไอแอลโอ) – สถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตจากจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงผนึกกำลังเพื่อแสวงหาแนวทางเชิงปฏิบัติในการเสริมสร้างการคุ้มครองความเป็นมารดา และสนับสนุนแรงงานที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว รวมถึงป้องกันความรุนแรงและการคุกคามในโลกของการทำงาน มาตรการเหล่านี้จะช่วยยกระดับสภาพการทำงาน สนับสนุนให้ผู้หญิงมีงานทำ และกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังจากการลาคลอดบุตรได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเพิ่มการมีส่วนร่วมและผลิตภาพของกำลังแรงงาน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างทั่วถึง

บริษัทในภาคการผลิตกว่า 50 แห่งจากจังหวัดชลบุรีและจังหวัดอุตสาหกรรมสำคัญทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องสิทธิแรงงานและการสร้างงานที่มีคุณค่า โดยมุ่งเน้นประเด็นการคุ้มครองความเป็นมารดา การป้องกันความรุนแรง และการคุกคามในโลกแห่งการทำงาน โดยเฉพาะแรงงานหญิงในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยมีผู้แทนทั้งจากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายแรงงานของแต่ละบริษัทเข้าร่วมกว่า 120 คน

แรงงานหญิงในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมและงานที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำด้านค่าจ้าง การเผชิญกับความรุนแรงและการคุกคาม ตลอดจนการแบกรับภาระการดูแลครอบครัวที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน การคุ้มครองความเป็นมารดา ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา พ.ศ. 2543 (ฉบับที่ 183) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการคุ้มครองทางสังคมและความเท่าเทียมทางเพศในโลกแห่งการทำงาน โดยจะช่วยคุ้มครองสุขภาพ ความมั่นคงในการจ้างงาน และรายได้ของผู้หญิง พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งมารดาและบุตร

ภายหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ซึ่งขยายสิทธิการลาคลอดตามกฎหมายจาก 98 วันเป็น 120 วัน การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางที่สถานประกอบการจะสามารถ ต่อยอดความคุ้มครองและสิทธิที่กฎหมายกำหนด ผ่านการเสริมสร้างนโยบายและแนวปฏิบัติในสถานที่ทำงานที่สนับสนุนแรงงานหญิงตลอดวงจรการจ้างงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครงาน ระหว่างการตั้งครรภ์และการลาคลอด การกลับเข้าทำงาน ตลอดจนถึงการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ ผู้เข้าร่วมยังเน้นย้ำว่า การลงทุนด้านการคุ้มครองความเป็นมารดาและการดูแลมิใช่เพียงความรับผิดชอบทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างกำลังแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย การสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถดึงดูดและรักษาแรงงานที่มีทักษะ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกำลังแรงงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยมีกำลังแรงงานที่มีความครอบคลุม มีผลิตภาพ และมีความพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเข้าสู่สังคมสูงวัย และความจำเป็นในการใช้ศักยภาพของทุนมนุษย์ (human capital) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้แทนจากภาครัฐและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคนายจ้าง ภาคแรงงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมสิทธิแรงงานและงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานหญิง เพื่อให้การปฏิรูปด้านการคุ้มครองความเป็นมารดาสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่ทำงาน

นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “จังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุน อย่างไรก็ตาม จังหวัดของเราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม และสังคมควบคู่กัน โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิทธิของแรงงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของเรา ผมเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสถานประกอบการ และจะช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานของจังหวัดชลบุรีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น”

ตลอดการนำเสนอ การอภิปรายอย่างมีส่วนร่วม และการหารือกลุ่มย่อย ผู้เข้าร่วม ได้แลกเปลี่ยนแนวทางเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจถึงประโยชน์ทางธุรกิจของการลงทุนด้านการคุ้มครองความเป็นมารดาและการสนับสนุนแรงงานที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว พร้อมทั้งหารือแนวทางการนำมาตรการต่าง ๆ ไปใช้พัฒนาและขยายผลในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการลาคลอด การสนับสนุนการดูแลเด็ก ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้แนวปฏิบัติเหล่านี้ได้รับการนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในทุกภาคอุตสาหกรรม

นางเสี่ยวเยี่ยน เฉียน ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า “การคุ้มครองความเป็นมารดาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานและเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานที่มีคุณค่า ผู้หญิงไม่ควรต้องเลือกระหว่างการมีครอบครัวกับการมีอาชีพ การดูแลไม่ใช่ต้นทุนการผลิต แต่คือการลงทุนในคน ผลิตภาพ และความเจริญรุ่งเรือง เมื่อเราลงทุนในการคุ้มครองความเป็นมารดาและการดูแล ธุรกิจต่างๆ จะสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และแข่งขันได้ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น”

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ภายใต้โครงการ EnhanceRights ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ให้ดำเนินควบคู่ไปกับการส่งเสริมงานที่มีคุณค่า การยกระดับมาตรฐานแรงงาน และการสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดโอกาสให้แรงงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและเป็นหนึ่งในฐานการลงทุนด้านการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย กำลังส่งเสริมให้สถานประกอบการก้าวไปไกลกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายในการสนับสนุนแรงงานหญิงทั้งก่อนและหลังการคลอดบุตร อันเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในระยะยาวที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับงานที่มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน

Maternity protection workshop in Chonburi 2026
© Pichit Phromkade/ILO
© Pichit Phromkade/ILO
Maternity protection workshop in Chonburi 2026

Relevant projects

โครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของแรงงานกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบที่ทำงานภายใต้รูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในประเทศไทย...
A worker in a Thai company producing components for the automotive industry

Social Protection

โครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของแรงงานกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบที่ทำงานภายใต้รูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในประเทศไทย...