Automative manufacture workers in Thailand

การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

โครงการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและงานที่มีคุณค่าในเอเชีย (RSC)

โครงการ RSC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น จะส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่า สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน รวมถึงสร้างความเข้มแข็งต่อความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในเอเชีย

Automative manufacture workers in Thailand © AutoAlliance (Thailand) Co., Ltd.
Content also available in: English 日本語
Project details

1 April 2026 - 31 March 2027

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) (ประเทศญี่ปุ่น)

RAS/26/04/JPN

กรุงเทพฯ ประเทศไทย และ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

แมตตี มิลลิเคน, เจ้าหน้าที่วิชาการ, อีเมล: [email protected]; ณพวุฒิ ประวัติ, ผู้ประสานงานโครงการ, อีเมล: [email protected]; มาโอ คาโดะ, ผู้ประสานงานโครงการ, อีเมล: [email protected]

โครงการ RSC

โครงการ RSC เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ของประเทศญี่ปุ่น โครงการฯ จะดำเนินการบนพื้นฐานของมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรคู่งานไตรภาคี และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่า สนับสนุนสถานประกอบการให้มีความครอบคลุมและมีความรับผิดชอบ รวมถึงเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานผ่านการปรึกษาหารือและความร่วมมือ โดยเฉพาะระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

ในประเทศไทย โครงการฯ จะสนับสนุนสถานประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพเชิงปฏิบัติด้านการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ความร่วมมือในสถานประกอบการ และการเจรจาทางสังคม นอกจากนี้ โครงการฯ ยังส่งเสริมการปรึกษาหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบพหุภาคี เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC)

ในประเทศญี่ปุ่น โครงการฯ จะมุ่งยกระดับขีดความสามารถและสนับสนุนองค์กรคู่งานในการออกแบบและพัฒนานโยบาย รวมถึงกรอบการดำเนินงานด้าน RBC ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

ข้อเท็จจริงของอุตสาหกรรม

ประเทศไทย

  1. อุตสาหกรรมยานยนต์:
  • ข้อเท็จจริง: ผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ระดับโลก (Top 10) และเป็นผู้ผลิต–ผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของอาเซียน (คิดเป็นประมาณร้อยละ 2 ของการค้ายานยนต์โลก)
  • การผลิต: กำลังการผลิตมากกว่า 2 ล้านคันต่อปี และมีรายได้จากการส่งออกประมาณ 2.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568
  • ธุรกิจ/บริษัท: บริษัทผู้ประกอบรถยนต์ (OEMs) 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากญี่ปุ่นและยุโรป (โดยมีการลงทุนจากจีนเพิ่มมากขึ้น) และซัพพลายเออร์กว่า 2,500 ราย ซึ่งรวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • แรงงาน: 850,000 คน (ประมาณ 535,000 คนในภาคการผลิต) ในปี 2568
  • นโยบาย: ภาครัฐมีแผนที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (และปล่อยมลพิษเป็นศูนย์) ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ii. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์:

  • ข้อเท็จจริง: อุตสาหกรรมมุ่งเน้นการส่งออกสูง โดยประมาณร้อยละ 90 ของการผลิตจะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
  • การผลิต: ฐานการผลิตขนาดใหญ่อันดับ 8 ของโลก คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของการส่งออกของโลก (และร้อยละ 27.4 ของการส่งออกของประเทศ) ในปี 2567 โดยมีตลาดหลักอยู่ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป
  • ธุรกิจ/บริษัท: มากกว่า 2,400 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)
  • แรงงาน: ประมาณ 600,000 คนในปี 2568
  • นโยบาย: อุตสาหกรรมขับเคลื่อนโดยความต้องการจากอุตสาหกรรมขั้นสูง อาทิ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ สุขภาพ และยานยนต์ยุคใหม่

ประเทศญี่ปุ่น

  • เป็นที่ตั้งของบรรษัทข้ามชาติ (MNEs) ชั้นนำในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคเอเชีย
  • มีการบูรณาการอย่างเข้มแข็งในห่วงโซ่คุณค่าโลกและภูมิภาค โดยการส่งออกยานยนต์มีมูลค่าประมาณ 22.5 ล้านล้านเยน ในปี 2567
  • มีฐานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวนมากที่เชื่อมโยงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานหลายระดับ และมีบทบาทสำคัญในฐานะซัพพลายเออร์และผู้รับจ้างช่วง (subcontractors)
  • ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) ผ่านแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP-BHR) (ปี 2568) ซึ่งกำหนดแนวทางในการส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) และยกระดับขีดความสามารถของ SMEs

กิจกรรม

ในประเทศไทย:

  • การจัดการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพด้าน HRDD แก่สถานประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
  • การจัดเวทีหารือแบบไตรภาคีและพหุภาคี เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านการแบ่งปันและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงการเสริมสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน

ในประเทศญี่ปุ่น:

  • การสนับสนุนเชิงนโยบายและการพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในระดับประเทศ อันสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

กลุ่มเป้าหมาย

  • องค์กรนายจ้างและองค์กรแรงงาน
  • ธุรกิจ
  • ผู้กำหนดนโยบาย
  • ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักอื่น ๆ ทั้งของไทยและต่างชาติ (โดยเฉพาะญี่ปุ่น)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • สถานประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีการปรับปรุงแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ความร่วมมือในสถานประกอบการ และการเจรจาทางสังคม
  • แนวทางเชิงบูรณาการด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่มี ความยืดหยุ่นและยั่งยืนได้รับการพัฒนาผ่านการปรึกษาหารือกับผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องแบบพหุภาคี (โดยเฉพาะระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น)
  • ขีดความสามารถระดับชาติของประเทศญี่ปุ่นในการส่งเสริมแนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างงานที่มีคุณค่า ได้รับการยกระดับ

องค์กรคู่งานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก

ประเทศไทย:

  • ภาครัฐไทย: กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • องค์กรนายจ้าง: สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)
  • องค์กรแรงงาน: สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย (TTUC), สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย (LCT), สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอุตสาหกรรมเอกชน (NPCE), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (SERC), สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย (ALCT) และสมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และโลหะแห่งประเทศไทย (TEAM)
  • ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ของประเทศไทย: สถาบันยานยนต์ (TAI) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO)
  • ภาครัฐญี่ปุ่น: กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI)
  • องค์กรนายจ้าง: สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren)
  • องค์กรแรงงาน: สมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งประเทศญี่ปุ่น (JTUC-RENGO)
  • ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น: TBC

ประเทศญี่ปุ่น:

  • ภาครัฐญี่ปุ่น: กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI)
  • องค์กรนายจ้าง: สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren)
  • องค์กรแรงงาน: สมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งประเทศญี่ปุ่น (JTUC-RENGO)
  • ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น: TBC

Publications

โครงการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและงานที่มีคุณค่าในเอเชีย (RSC)
Teaser RSC Factsheet Thai

Factsheet

โครงการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและงานที่มีคุณค่าในเอเชีย (RSC)