Tripartism and social dialogue
โครงการห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืนแห่งเอเชีย (RISSC) ในประเทศไทย
ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น โครงการ RISSC จะสนับสนุนการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นและตัวเร่งสำหรับการสร้างงานที่มีคุณค่า การแก้ไขปัญหาสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการสร้างก้าวต่อไปที่ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วระดับโลก ซึ่งรวมถึงวิกฤตโควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ในประเทศไทย โครงการ RISSC จะมุ่งเน้นการดำเนินการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์
Duration
1 September 2022 - 31 March 2026
Development partner(s)
Government of Japan
Reference
RAS/22/10/JPN
ข้อเท็จจริงของอุตสาหกรรม
- ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิต-ส่งออกยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนและเป็นลำดับที่ 10 ของโลก ด้วยกำลังการผลิตกว่า 2 ล้านคันต่อปี
- มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณร้อยละ 10
- มูลค่าการส่งออก 10.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 โดยตลาดการส่งออกหลักอยู่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
- อุตสาหกรรมขับเคลื่อนโดยบริษัทผู้ประกอบรถยนต์ (OEM) ประมาณ 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป (แต่มีการลงทุนจากประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น)
- ทั้งอุตสาหกรรมมีการจ้างงานรวม 850,000 คน โดยแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตคิดเป็น 520,000 คน
- กว่าร้อยละ 80 ของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อยู่ในระบบประกันสังคม (ร้อยละ 50 เป็นผู้หญิง)
- ประเทศไทยมีแผนที่จะเป็นผู้นำการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ด้วยแรงงานที่ได้รับการฝึกอบรมด้านยานยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 30,000 คน
- โอกาสในการสร้างงานที่มีคุณค่าและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบจะครอบคลุมในส่วนของการปฏิบัติตามกฎหมายที่ดีขึ้น การขจัดความไม่เท่าเทียมและการเลือกปฏิบัติ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งของการเจรจาทางสังคม (Social dialogue) ในระดับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม
ความท้าทายและโอกาสในการสร้างงานที่มีคุณค่า
- การเจรจาทางสังคมและตัวแทนในระดับวิสาหกิจและอุตสาหกรรม
- การจ้างงานนอกระบบ
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- การขาดแคลน/ช่องว่างทางทักษะแรงงาน และการเข้าถึงทักษะแรงงาน
- ความบกพร่องในการสร้างงานที่มีคุณค่าอื่น ๆ ซึ่งรวมการละเมิดสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะในระดับล่างและภาคเศรษฐกิจนอกระบบของห่วงโซ่อุปทาน
วัตถุประสงค์
เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตยานยนต์ในประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิแรงงานและมนุษยชน รวมถึงการส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่าและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
โครงการคาดหวังว่า ภายในปี 2568:
- องค์กรคู่งานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมีความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับช่องว่างและโอกาสด้านงานที่มีคุณค่า รวมทั้งมีนโยบายและการดำเนินงานใน การแก้ไขปัญหาหลัก (ด้วยเครื่องมือและการสนับสนุนจาก ILO)
- การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (ซึ่งรวมถึงแนวทางการตรวจสอบอย่างรอบด้าน) เป็นที่เข้าใจในวงกว้างและประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตยานยนต์ของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
แนวทางการดำเนินโครงการ
ด้วยโครงการยึดหลักมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศและระบบไตรภาคี โครงการจะดำเนินการ:
- การวิจัยและวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้พันธมิตรในอุตสาหกรรมเข้าใจถึงช่องว่างและโอกาสด้านงานที่มีคุณค่า รวมถึงให้ข้อมูลการดำเนินงานร่วมกันในอุตสาหกรรม
- เครื่องมือและคำแนะนำในอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหา ความพร่องของงานที่มีคุณค่าและขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่าง มีความรับผิดชอบ
- ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนองค์กรคู่งานของไทยใน การพัฒนานโยบายและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณค่าและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
- การสนับสนุนประเทศไทยและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ในการดำเนินการตามความมุ่งมั่นระดับชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางการตรวจสอบอย่างรอบด้าน (Due diligence)
กลุ่มเป้าหมาย
- นายจ้างและแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์
- ผู้กำหนดนโยบาย
- ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในอุตสาหกรรม ทั้งของไทยและนานาประเทศ (โดยเฉพาะญี่ปุ่น)
องค์กรคู่งานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก
- รัฐบาลไทย: กระทรวงแรงงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงอุตสาหกรรม
- องค์กรตัวแทนนายจ้าง: สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA)
- องค์กรตัวแทนลูกจ้าง: สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย (TTUC), สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย (LCT), สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอุตสาหกรรมเอกชน (NPCE), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (SERC), สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย (ALCT) และสมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย (TEAM)
- ผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น
- ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ของประเทศไทย: สถาบันยานยนต์ (TAI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO)
ติดต่อ:
ณพวุฒิ ประวัติ
ผู้ประสานงานโครงการ ประเทศไทย
Email: [email protected] หรือ [email protected]
Related content
Fact sheet
โครงการห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืนแห่งเอเชีย (RISSC) ในประเทศไทย
ILO-Japan Partnership
โครงการห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศไทย
รายงานการศึกษาล่าสุดจาก ไอแอลโอ การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
สรุปผลการวิจัย
งานที่มีคุณค่าและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย
Tripartism and social dialogue
คู่มือการขับเคลื่อนการปรึกษาหารือในภาคอุตสาหกรรม (Driving Industry Dialogue, DID):...
รายงานสรุป
ผลลัพธ์จากการดำเนินการใช้ชุดเครื่องมือการขับเคลื่อนการปรึกษาหารือในภาคอุตสาหกรรม (DID) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย