รายงานฉบับใหม่

รายงานฉบับใหม่ของไอแอลโอ เผยจำนวนแรงงานเด็กลดลงทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคลดลงมากที่สุด แต่ยังคงมีจำนวนแรงงานเด็กมากที่สุด

รายงานฉบับใหม่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization – ILO) พบว่าจำนวนแรงงานเด็กทั่วโลกลดลงหนึ่งในสาม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีจำนวนลดลงมากที่สุด

23 กันยายน 2013

Content also available in: English
© ILO/Tran Quoc Dung 2010
กรุงเทพฯ (ข่าวไอแอลโอ) – รายงานฉบับใหม่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization – ILO) พบว่าจำนวนแรงงานเด็กทั่วโลกลดลงหนึ่งในสาม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีจำนวนลดลงมากที่สุด

ระหว่างปีพ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2555 จำนวนแรงงานเด็ก (อายุระหว่าง 5-17 ปี) ทั่วโลก ลดลงจาก 246 ล้านคน เหลือ 168 ล้านคน โดยจำนวนที่ลดลงสูงสุดช่วงสี่ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2551-2555) เป็นช่วงที่รายงานฉบับใหม่ครอบคลุม ซึ่งช่วง 4 ปีนี้ ยอดแรงงานเด็กลดลงจาก 215 ล้านคน เหลือ 168 ล้านคน ส่วนในเอเชียและแปซิฟิคลดจาก 114 ล้านคน เหลือ 78 ล้านคน

ทว่าหากมองในภาพรวม ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ยังคงมีจำนวนแรงงานเด็กมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาก

ทั้งนี้ จากตัวเลขใหม่แสดงให้เห็นว่าเกือบร้อยละ 11 ของเด็กทั่วโลก ยังเป็นแรงงานเด็ก โดยในเอเชียแปซิฟิค มีจำนวนร้อยละ 9.3 (เมื่อเทียบกับร้อยละ 13.3 ในปี พ.ศ. 2551) ซึ่งยังคงสูงกว่าในแถบละตินอเมริกาและแคริเบียน (ร้อยละ 8.8) และตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (ร้อยละ 8.4) โดยภูมิภาคที่แย่ที่สุดคือ แอฟริกาซับซาฮารา ที่ร้อยละ 21.4 (มีแรงงานเด็ก 59 ล้านคน)

จำเป็นต้องมีการผลักดันอย่างจริงจังที่จะขจัดแรงงานเด็กให้หมดสิ้น ให้กลายเป็นอดีตบันทึกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กในเอเชียและแปซิฟิคได้บรรลุศักยภาพของพวกเขา”

โยชิเทรุ อุราโมโตะ ผู้อำนวยการภูมิภาค องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค
เด็กที่ทำงานในรูปแบบที่เลวร้าย (งานที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาทางคุณธรรม) พบมากที่สุดในเอเชียและแปซิฟิค ซึ่งมีจำนวน 33.9 ล้านคน จาก 85 ล้านคนทั่วโลก

รายงาน “ความก้าวหน้าในการขจัดแรงงานเด็ก ตัวเลขประมาณการทั่วโลก และแนวโน้มปี พ.ศ. 2543-2555” เป็นรายงานฉบับที่สี่ที่วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจำนวนประมาณการแรงงานเด็กทั่วโลกและในภูมิภาค ระหว่าง ปี พ.ศ. 2543-2547

อย่างไรก็ดี แม้จะมีความคืบหน้าที่จำนวนแรงงานเด็กลดลง แต่ยังมีประเด็นที่รายงานนำเสนอคือ เป้าหมายที่ประชาสังคมนานาชาติกำหนด ที่จะขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ให้หมดไปในปี พ.ศ. 2559 จะยังเป็นไปไม่ได้ และในการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จนั้น “จะต้องใช้ความพยายามที่จริงจังและเร่งด่วนในทุกระดับ”

“เรากำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ความคืบหน้ายังคงช้าอยู่ หากเราเอาจริงเอาจังกับการยุติการใช้แรงงานเด็กในอนาคตอันใกล้ เราจะต้องเร่งความพยายามในทุกระดับ โดยมีเหตุผลกว่า 168 ล้านเหตุผลที่จะผลักดันให้เราทำ” นายกาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการใหญ่ไอแอลโอกล่าว

ข้อมูลอื่นจากรายงาน

  • การใช้แรงงานเด็กมีอัตราสูงสุดในประเทศด้อยพัฒนา แต่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารายได้และความยากจน ไม่ใช่สาเหตุในการใช้แรงงานเด็กเท่านั้น
  • แรงงานเด็กที่เป็นหญิงลดลงร้อยละ 40 นับแต่ปี พ.ศ. 2543 เทียบกับแรงงานเด็กชายที่ลดลงร้อยละ 25
  • รูปแบบของการใช้แรงงานเด็กมีการเปลี่ยนแปลง โดยภาคการเกษตรยังคงเป็นภาคที่มีแรงงานเด็กสูงสุด (98 ล้านคน หรือร้อยละ 59 ทั่วโลก) ทว่ามีแรงงานเด็กเพิ่มขึ้นในภาคบริการ (54 ล้านคน หรือร้อยละ 32) และภาคอุตสาหกรรม (12 ล้านคน หรือร้อยละ 7.2) – ซึ่งส่วนมากอยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ
ตัวเลขใหม่นี้จัดทำขึ้นก่อนหน้าการประชุมแรงงานเด็กโลกครั้งที่สาม (Third Global Conference on Child Labour) ซึ่งรัฐบาลบราซิล จะเป็นเจ้าภาพ จัดที่เมืองบราซิลเลียในเดือนตุลาคม

เพื่อบรรลุความก้าวหน้า รายงานระบุว่าจะต้องดำเนินการใน 4 ด้าน ได้แก่ การออกกฎหมายและบังคับใช้ การศึกษาและการพัฒนาทักษะ การคุ้มครองทางสังคมที่ดี และการสร้างโอกาสในการทำงานที่ดีมีคุณค่าให้เยาวชน นอกจากนี้ ยังต้องมีการเพิ่มงานที่ตอบสนองต่อวัยและเพศ รวมทั้งงานในภาคบริการและภาคการผลิต

“ภูมิภาคเอเชีย มีความก้าวหน้ามากในการลดการใช้แรงงานเด็ก อันเนื่องมาจากการทำงานอย่างหนัก รวมทั้งความมุ่งมั่นทางการเมืองและทางสังคม” นายโยชิเทรุ อุราโมโตะ ผู้อำนวยการภูมิภาค องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค กล่าว “ทว่างานยังไม่เสร็จ และการดำเนินงานขั้นสุดท้ายเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องมีการผลักดันอย่างจริงจังที่จะขจัดแรงงานเด็กให้หมดสิ้น ให้กลายเป็นอดีตบันทึกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กในเอเชียและแปซิฟิคได้บรรลุศักยภาพของพวกเขา”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

กฤษฎาพร สิงหเสนี
สารนิเทศ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
โทร: 02 288 1664
อีเมล์