A migrant domestic worker hangs clothes.

Op-Ed

งานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้าน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้าน ค.ศ. 2011 (ฉบับที่ 189) นางเสี่ยวเยี่ยน เฉียน ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สะท้อนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขยายการคุ้มครองสิทธิให้แก่แรงงานทำงานบ้านและความท้าทายที่ยังต้องก้าวข้ามเพื่อให้แรงงานทุกคนได้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

16 มิถุนายน 2026

Champa, a migrant domestic worker in Thailand, hangs clothes. © ILO
Content also available in: English

วันนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน เป็นวันอันสดใสของเดือนมิถุนายน ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แรงงานทำงานบ้านหลายล้านคนทั่วโลกได้รับการยอมรับในสิทธิ ศักดิ์ศรี และคุณค่าของงานที่พวกเขาพึงได้รับมาโดยตลอด

คณะผู้แทนจากประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่ออนุสัญญาว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้าน ค.ศ. 2011 (ฉบับที่ 189) ได้รับการรับรองโดยฉันทามติในที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ

อนุสัญญาฉบับนี้ได้วางรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการรับรองว่าแรงงานทำงานบ้านคือแรงงานที่พึงได้รับสิทธิและความคุ้มครองเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่น ๆ ตลอดระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่มีการรับรองอนุสัญญาฉบับนี้ จำนวนแรงงานทำงานบ้านทั่วโลกได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 15

แรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย ทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้ำจุนครอบครัว สังคม และระบบเศรษฐกิจ แรงานเหล่านื้ช่วยทำความสะอาดบ้าน ประกอบอาหาร ดูแลความปลอดภัยภายในบ้าน และดูแลสวน อีกทั้งยังทำหน้าที่ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ต้องได้รับการดูแลและต้องการรับความช่วยเหลือ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก แรงงานทำงานบ้านในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 ประเทศไทยได้ดำเนินก้าวสำคัญในการปฏิรูปการกำกับดูแลแรงงานทำงานบ้าน โดยการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2567) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดมาตรฐานการจ้างงานสำหรับแรงงานทำงานบ้าน และขยายความคุ้มครองด้านแรงงานและการคุ้มครองทางสังคมให้มีความทัดเทียมกับแรงงานในภาคส่วนอื่น ๆ มากยิ่งขึ้นปัจจุบัน แรงงานทำงานบ้านมีสิทธิได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ มีชั่วโมงการทำงานปกติไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง และมีเวลาพักวันละ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้รับการคุ้มครองความเป็นมารดา รวมถึงสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรเป็นระยะเวลา 120 วัน ตลอดจนการคุ้มครองจากการถูกเลิกจ้างเนื่องจากการตั้งครรภ์

อย่างไรก็ดี แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าที่สำคัญในเรื่องนี้ แต่ยังคงมีความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไป การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ภายใต้กฎกระทรวงดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ทั้งในกลุ่มนายจ้างและแรงงานทำงานบ้านเอง ขณะเดียวกัน เนื่องจากแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทยยังไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบประกันสังคมภาคบังคับ แรงงานและครอบครัวจึงยังขาดหลักประกันด้านรายได้ในกรณีเจ็บป่วย ชราภาพ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

ปัจจุบัน การคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านมีความสำคัญและเร่งด่วนกว่าที่เคย ความต้องการแรงงานทำงานบ้านมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีแรงงานหญิงไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น

องค์การแรงงานระหว่างประเทศประมาณการเมื่อปีที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยจะต้องมีผู้ให้การดูแลผู้สูงอายุในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปี 2580 เพื่อรองรับความต้องการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น การตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าวส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากคนไทยเข้าสู่การทำงานด้านการดูแลและงานบ้านลดลงอย่างต่อเนื่อง

คำถามสำคัญในขณะนี้คือ เราจะดำเนินการอย่างไรเพื่อยกระดับสภาพความเป็นอยู่และทำให้แรงงานทำงานบ้านได้รับสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างแท้จริง

รัฐบาลไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพนักงานตรวจแรงงานได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการวางแผนการเชิงยุทธศาสตร์ในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายในภาคงานบ้าน เพื่อศึกษาและทดลองแนวทางใหม่ ๆ ในการส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2567) ให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ด้วยลักษณะเฉพาะและความท้าทายของงานบ้าน จึงได้มีการพัฒนาและนำหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะด้าน รวมถึงแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับพนักงานตรวจแรงงานไปใช้ในการปฏิบัติงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

สิทธิในการรวมตัวและจัดตั้งของแรงงานทำงานบ้าน เป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งของอนุสัญญาว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้าน ซึ่งกำลังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ปัจจุบันเครือข่ายแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายของสหพันธ์แรงงานทำงานบ้านระหว่างประเทศ (International Domestic Workers Federation) มีสมาชิกมากกว่า 1,000 คน และยังมีแรงงานทำงานบ้านอีกจำนวนมากที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มและเครือข่ายในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ

ประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการที่สำคัญโดยการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2567) ได้นำสาระสำคัญของอนุสัญญาว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้านมาบรรจุไว้ในกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันการขยายความคุ้มครองด้านประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานทำงานบ้าน (ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของภาครัฐ)จะช่วยเติมเต็มช่องว่างที่ยังเหลืออยู่และทำให้กรอบการคุ้มครองมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 189 จึงถือเป็นก้าวต่อไปที่สอดคล้องกับพัฒนาการดังกล่าว โดยจะช่วยตอกย้ำความสำเร็จของการปฏิรูปที่ประเทศไทยได้ดำเนินมาแล้ว สร้างหลักประกันให้การคุ้มครองดังกล่าวมีความยั่งยืนในระยะยาว บันทึกความมุ่งมั่นของประเทศไทยไว้ในเวทีระหว่างประเทศ และส่งสัญญาณที่ชัดเจนแก่ภูมิภาคว่า ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านมิใช่เป็นเพียงทางเลือกเชิงนโยบาย หากแต่เป็นพันธกรณีทางกฎหมายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

แรงงานทำงานบ้านคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย และเป็นผู้ให้บริการด้านการดูแลที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ช่วยให้ทั้งหญิงและชายหลายร้อยล้านคนสามารถมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและดูแลชีวิตครอบครัวได้อย่างเต็มที่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสร้างหลักประกันของการทำงานที่มีคุณค่าให้แรงงานทำงานบ้าน ให้มีสิทธิในการทำงานที่ได้รับการคุ้มครอง มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และมีการคุ้มครองทางสังคมอย่างทั่วถึง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของเราทุกคนล้วนตั้งอยู่บนรากฐานดังกล่าวร่วมกัน