การฟื้นตัวการจ้างงานในเอเชีย แปซิฟิค ล่าช้ากว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามรายงานแนวโน้มการจ้างงานโลก 2554 ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ภาวะเงินเฟ้อ การว่างงานของเยาวชน และคนทำงานที่อยู่ในความยากจน
กรุงเทพฯ (ข่าว ILO) – องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เตือนว่าความล่าช้าในการฟื้นตัวของการจ้างงานจะยังคงเป็นปัญหาในปี 2554 โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ การว่างงานทั่วโลก ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจโลก
25 มกราคม 2011
กรุงเทพฯ (ข่าว ILO) – องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization – ILO) เตือนว่าความล่าช้าในการฟื้นตัวของการจ้างงานจะยังคงเป็นปัญหาในปี 2554 โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ การว่างงานทั่วโลก ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจโลก
ถึงแม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ แต่จำนวนคนว่างงานทั่วโลกยังมีถึง 205 ล้านคนในปี 2553 ซึ่งไม่แตกต่างไปจากตัวเลขในปี 2552 และมากกว่า 27.6 ล้านคนในปี 2550 เมื่อก่อนเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจโลก โดย ILO ประเมินว่าในปี 2554 จะมีอัตราการว่างงานโลกร้อยละ 6.1 ซึ่งหมายถึงคนจำนวน 203.3 ล้านคนที่ว่างงาน
ในรายงานประจำปีของ ILO ‘แนวโน้มการจ้างงานโลก 2554: ความท้าทายในการฟื้นตัวของการจ้างงาน’ ระบุว่า การฟื้นตัวในตลาดแรงงานที่มีระดับการจ้างงานที่แตกต่างกันมาก มีจำนวนการว่างงานที่สูง และความท้อใจที่เพิ่มขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว และการเจริญเติบโตในการจ้างงาน กอปรกับการจ้างงานที่ไม่มั่นคงมีมาก และคนงานที่อยู่ในระดับยากจนในภูมิภาคที่กำลังพัฒนา แนวโน้มเหล่านี้แตกต่างกันมากในตัวบ่งชี้เศรษฐกิจมหภาค ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลก การบริโภคในภาคเอกชน การลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และภาวะตลาดทุน ซึ่งได้ฟื้นตัวในปี 2553 เหนือระดับก่อนเกิดวิกฤต
ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค ขณะที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกลับสู่ระดับปกติในหลายประเทศ การว่างงานในภูมิภาค มีแนวโน้มว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากในปี 2554 และภาพการจ้างงานยังใม่แน่นอน โดยการว่างงานของเยาวชน การจ้างงานที่ไม่มั่นคง คนทำงานที่อยู่ในความยากจน และการขาดความคุ้มครองทางสังคม เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับผู้กำหนดนโยบาย
ในเอเชียตะวันออก1 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกลับฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง ในอัตราร้อยละ 9.8 ในปี 2553 ซึ่งสูงสุดในทุกภูมิภาคทั่วโลก การว่างงานในภูมิภาคโดยรวมลดลงร้อยละ 4.1 ในปี 2553 (ซึ่งสูงกว่าในปี 2550) โดยมีภาคการบริการเป็นตัวนำ ทว่าการจ้างงานเยาวชนยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ เยาวชนในภูมิภาคนี้มีโอกาสเป็น 2.5 เท่าของผู้ใหญ่ที่จะว่างงาน ในฮ่องกง โอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 4.4 เท่า รายงานระบุว่า “ในบางประเทศที่ยกเลิกมาตรการตอบโต้วิกฤต จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับความไม่เสมอภาคและนโยบายตลาดแรงงานที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น”
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิค2 วิกฤตการณ์มีผลกระทบต่อคุณภาพการจ้างงานมากกว่าจำนวนการจ้างงานในบางประเทศ แม้ว่าการจ้างงานในขณะนี้จะมีระดับต่ำกว่าเมื่อก่อนเกิดวิกฤตในบางประเทศ การว่างงานในภูมิภาคลดลงเพียงเล็กน้อย จากร้อยละ 5.2 ในปี 2552 มาเป็นร้อยละ 5.1 ในปี 2553 และคาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากในปี 2554 การจ้างงานที่ไม่มั่นคงเพิ่มมากขึ้น และการว่างงานของเยาวชนเป็นปัญหา รายงานระบุว่า ภูมิภาคนี้เผชิญความท้าทาย 2 ประการคือ
ข้อแรก การเจริญเติบโตในการจ้างงานที่ไม่ทัดเทียมกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการจ้างงานที่มีศักยภาพจะต้องเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ข้อสอง จะต้องให้ความสนใจคุณภาพของงาน โดยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการเจริญเติบโตทางผลิตผล และการเจริญเติบโตของค่าจ้าง รายงานเตือนว่า เงินทุนต่างประเทศในภูมิภาคเป็นความท้าทายที่สำคัญทั้งต่อการเจริญเติบโตของงาน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการลอยตัวของสินทรัพย์ และภาวะเงินเฟ้อ
ในเอเชียใต้3 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจฟื้นตัว และอัตราการว่างงานในภูมิภาคยังอยู่ในระดับคงที่ ที่ร้อยละ 4.2 และ 4.5 ระหว่างปี 2550 และ 2553 แต่รายงานเตือนว่า “การว่างงานไม่ใช่ความท้าทายที่สำคัญในภูมิภาค โดยการเจริญเติบโตทางการจ้างงานไม่ได้หมายถึงแนวโน้มทางบวกของตลาดแรงงาน” ทั้งยังเน้นประเด็นการว่างงานของเยาวชน – เยาวชนมีโอกาสว่างงานมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3.5 เท่า – ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ เช่นการมีผู้หญิงจำนวนมากทำงานที่มีประสิทธิภาพต่ำ และการจ้างงานที่ไม่มั่นคง
“ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวในตลาดแรงงานจะแตกต่างกันมากในแต่ละประเทศทั่วโลก ความสูญเสียทางทรัพยากรมนุษย์อันเนื่องมาจากภาวะถดถอยนั้น ยังคงเป็นปัญหา” นายฮวน โซมาเวีย ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวก่อนวันประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส นายโซมาเวียกล่าวเพิ่ม “เราจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดของมาตรฐานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค และใช้การสร้างงานที่มีคุณภาพ และวาระงานที่มีคุณค่าเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค พร้อมกับการเจริญเติบโตที่สูงขึ้น เงินเฟ้อต่ำ และงบประมาณสาธารณะที่สมดุล เราต้องไม่ลืมว่าสำหรับคนนั้น คุณภาพของงานสะท้อนคุณภาพของสังคม”
ทั่วโลกมีเยาวชน 78 ล้านคน (อายุระหว่าง 17-24 ปี) ว่างงานในปี 2553 ซึ่งสูงกว่าจำนวนเยาวชน 73.5 ล้านคนในปี 2550 ก่อนเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่ต่ำกว่า 80 ล้านคนในปี 2552 อัตราการว่างงานเยาวชนทั่วโลกร้อยละ 12.6 ในปี 2553 สูงเป็น 2.6 เท่าของผู้ใหญ่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค เยาวชนมีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.42 และเอเชียตะวันออกร้อยละ 8.3 ILO เตือนว่าใน 56 ประเทศที่มีข้อมูล มีจำนวนเยาวชนน้อยกว่า 1.7 ล้านคนในตลาดแรงงาน เมื่อเทียบกับแนวโน้มตอนก่อนเกิดวิกฤต และคนงานที่ผิดหวังเหล่านี้ ก็ไม่ถือว่าเป็นคนว่างงาน เพราะเขาไม่ได้หางานอยู่
“ผู้กำหนดนโยบายควรระลึกเสมอว่า อนาคตของความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม ขึ้นอยู่กับการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนในวันนี้” นางซาชิโกะ ยามาโมโตะ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ILO กล่าว “คนหนุ่มสาวมีพลังงาน ทักษะใหม่ และวิธีการใหม่ๆ แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้โอกาสที่ดีในการทำงาน เขาก็ไม่สามารถใช้ความสามารถเหล่านี้ได้ ความท้อแท้จะทำให้พวกเขาไม่สามารถบรรลุศักยภาพของเขา และทำให้เราสูญเสียโอกาสทั้งระดับบุคคล ครอบครัว และสังคม”
รายงานระบุว่าคนงานกว่า 1.53 พันล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะการจ้างงานที่ไม่มั่นคง4 ในปี 2552 ซึ่งเท่ากับร้อยละ 50.1 ของกำลังแรงงานทั่วโลก ทว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งสามแห่ง มีอัตราส่วนสูงกว่า คือร้อยละ 50.8 (413 ล้านคน) ในเอเชียตะวันออก ร้อยละ 61.8 (173 ล้านคน) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค และร้อยละ 78.5 (508 ล้านคน) ในเอเชียใต้ ทำให้ภูมิภาคนี้มีอัตราการจ้างงานที่ไม่มั่นคงสูงที่สุดในโลก
รายงานยังพบว่ามีคนจำนวน 630 ล้านคน (ร้อยละ 20.7 ของแรงงานทั้งหมดทั่วโลก) อยู่กับครอบครัวในภาวะยากจนมาก (รายได้วันละ 1.25 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 38 บาทต่อวัน) ในปี 2552 ทั้งนี้ ยังมีคนที่ทำงานในระดับยากจนถึง 40 ล้านคน ในอัตราร้อยละ 1.6 สูงกว่าแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้เมื่อก่อนเกิดวิกฤต ในจำนวนนี้ 282 ล้านคน อยู่ในเอเชียใต้ 73 ล้านคนในเอเชียตะวันออก และ 63 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค
รายงานชี้ให้เห็นว่าความล่าช้าในการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน เห็นได้จากความล่าช้าของการเจริญเติบโตทางผลิตผล และการเติบโตของการจ้างงาน และการที่ผลกำไรทางผลิตผลไม่สะท้อนกับการเติบโตของอัตราจ้างงานในหลายประเทศ “สื่งนี้อาจมีผลกระทบกับโอกาสในการฟื้นตัวในอนาคต เพราะการเติบโตของค่าจ้างจริง การบริโภคและอนาคตการลงทุน มีความเชื่อมโยงกันมาก” รายงานระบุ
ราคาอาหารที่สูงขึ้นทั่วโลกก็เป็นที่น่ากังวล สำหรับเศรษฐกิจนอกภาคเกษตร การที่ราคาอาหารสูงขึ้นอย่างมาก อาจมีผลต่อการสูญเสียการจ้างงาน หากเงินเฟ้อส่งผลต่อเศรษฐกิจภาคอื่น และจำนวนคนที่ทำงานในระดับความยากจนในประเทศที่กำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น
“การปรับความสมดุลของเศรษฐกิจโลก เพื่อให้เกิดการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน จำต้องมีการปรับเงินตรา และระบบการจัดการการเงิน” นายฮวน โซมาเวีย กล่าว “การส่งเสริมผู้ประกอบการอิสระ การลงทุนในเศรษฐกิจที่แท้จริง ตลาดแรงงานที่เปิดกว้าง (Inclusive labour market) และการใช้รายได้เป็นตัวดึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Income-led growth) จะเป็นแนวทางให้มีการ เจริญเติบโตยิ่งขึ้น ในขณะที่มาตรการการขยายความคุ้มครองทางสังคม และการปรับปรุงคุณภาพของงาน จะทำให้มีผลที่ยั่งยืน มากขึ้น นี่คือสภาวะที่จะทำให้ทุกฝ่ายเป็นผู้ชนะ ทั้งสถานประกอบการและคนงาน ทั้งยังเสริมความน่าเชื่อถือของนโยบายสาธาณะ” เขากล่าว
สามารถดูรายงานได้ที่ www.ilo.org สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ สามารถดูข่าวประชาสัมพันธ์ทางวีดีโอ ข่าวการแถลงข่าว ตลอดจนการสัมภาษณ์ผู้เขียนรายงาน โดยติดต่อ ฝ่ายวิทยุและโทรทัศน์ ILO ที่เจนีวา โทร +4122 799 7935 หรือ Email
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กฤษฎาพร สิงหเสนี
สารนิเทศ
สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค
โทร. 02 288 1664
อีเมล์
---------------------------------------------------------------------------------------------
1 จีน ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี สาธารณรัฐเกาหลี มาเก๊า มองโกเลีย ไต้หวัน
2 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา ติมอร์-เลสเต อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม หมู่เกาะแปซิฟิค: อเมริกันซามัว หมู่เกาะคุก ฟิจิ เฟรนช์โปลินีเซีย กวม คิริบาส หมู่เกาะมาร์แชลล์ นาอูรู นิวแคลิโดเนีย นีอูเอ หมู่เกาะมาเรียนนาเหนือ ปาปัวนิวกินี ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน โตเกเลา ตองกา ตูวาลู วานูอาตู หมู่เกาะวาลลิสและหมู่เกาะฟุตูนา
3 อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูฏาน อินเดีย มัลดีฟส์ เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา
4 คนงานที่ทำงานในการจ้างงานที่ไม่มั่นคง ซึ่งรวมถึงคนที่ประกอบอาชีพอิสระ และสมาชิกในครอบครัวที่ทำงาน มักจะไม่มีการจัดการงานอย่างเป็นทางการ และขาดองค์ประกอบอันเนื่องมาจากการจ้างงานที่ดี เช่น มีการประกันทางสังคม และวิธีการกละกลไกในการเจรจาต่อรอง