โครงการการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจเปิดตัวในประเทศไทย

โครงการให้การปรึกษาและการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ ซึ่งมีเป้าหมายในการลดการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ได้เปิดตัวในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจทยต้านภัยเอดส์ และศูนย์วิจัยเอดส์ สภากาชาดไทย โครงการริเริ่มใหม่นี้ มีชื่อว่า VCT@WORK (Voluntary HIV Counseling and Testing at Work Programme หรือ โครงการให้คำปรึกษาและการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ) VCT@WORK สนับสนุนให้พนักงานจำนวน 100,000 คนได้รับการตรวจเลือดโดยสมัครใจผ่านสถานประกอบกิจการภายในสิ้นปี พ.ศ. 2558

15 พฤศจิกายน 2013

Content also available in: English
กรุงเทพฯ (ข่าว ILO) – โครงการให้การปรึกษาและการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ ซึ่งมีเป้าหมายในการลดการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ได้เปิดตัวในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจทยต้านภัยเอดส์ และศูนย์วิจัยเอดส์ สภากาชาดไทย

โครงการนี้ มีชื่อว่า VCT@WORK (Voluntary HIV Counseling and Testing at Work Programme หรือ โครงการให้คำปรึกษาและการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ) VCT@WORKในประเทศไทย มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้ลูกจ้างจำนวน 100,000 คน ได้รับการตรวจเลือดโดยสมัครใจผ่านสถานประกอบการภายในสิ้นปี พ.ศ. 2558 วัตถุประสงค์ของโครงการคือ การสนับสนุนให้ประชาชนรู้สภานภาพการติดเชื้อเอชไอวีของตนเองเแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็ว และจะได้ดำเนินชีวิตต่อไปด้วยสุขภาพที่ดีตามปกติ

คุณปณิศรา พิมพ์ปรุ หรือ “โอปอล” นักแสดงชื่อดังและพิธีกรรายการโทรทัศน์ กล่าวว่า “เชื้อเอชไอวีก็เหมือนเชื้ออื่นๆ ทั่วไป การรู้ตัวเร็วโดยการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและเข้ารับการรักษา คือก้าวแรกของการมีชีวิตที่เป็นปกติและสุขภาพที่ดี”

“ในประเทศไทย การตรวจเอชไอวีและการรักษาเป็นบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านหน่วนบริการสาธารณสุขของรัฐ แต่สิ่งท้าทายคือการทำให้สาธารณชนรับรู้ว่ามีการบริการและการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีค่าใช้จ่ายนี้อยู่ ซึ่งสถานประกอบการมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเรื่องนี้” ดร.แอนโทนี่ ประมวญรัตน ที่ปรึกษาสมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ กล่าว

ในประเทศไทยมีการคาดการณ์ว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 480,000 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มีเพียง- 240,000 คนที่ได้รับการรักษา “การสนับสนุนการให้คำปรึกษาและการตรวจหาเอชไอวีประกอบกับการให้บริการด้านการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของกลยุทธ์ของประเทศที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และป้องกันการเสียชีวิตจากโรคเอดส์” นายแพทย์ทวีทรัพย์ ศิริประภาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติกล่าว จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข การเข้ารับบริการการตรวจเอชไอวีในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ มีเพียงร้อยละ 40 ของประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

“สถานประกอบการคือสะพานสำคัญที่เชื่อมการให้ความรู้ด้านการป้องกันและการรักษาเข้าด้วยกัน เรามองเห็นศักยภาพของสถานประกอบการในการสื่อสารเรื่องการป้องกันในประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่เราต้องให้ความสนใจในการสนับสนุนให้พนักงานเข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทของกิจการที่มีความเสี่ยง” คุณมอริซิโอ บุซซี่ (Maurizio Bussi) รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าว

การคุ้มครองสิทธิโดยเฉพาะเรื่องการจ้างงานของผู้ติดเชื้อเอชไอวีคือสิ่งสำคัญในการขยายการตรวจเอชไอวีและการรักษาเข้าไปยังสถานประกอบการ นโยบายแรงงานของประเทศไทยระบุไว้ชัดเจนว่า สถานประกอบการไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีและควรรักษาความลับเรื่องสถานะการติดเชื้อ นายสาวิท แก้วหวาน อดีตเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า “ลูกจ้างมีแนวโน้มที่จะไปตรวจหาเชื้อเอชไอวีมากขึ้น หากพวกเขารู้ว่าสิทธิของตนเองจะได้รับการคุ้มครอง ก้าวแรกคือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อนโยบายในเรื่องนี้”

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2553 องค์การแรงงานระหว่างประเทศได้มีมติรับรองมาตรฐานแรงงานสากลว่าด้วยเอชไอวีและเอดส์ ข้อแนะเกี่ยวกับเอชไอวีและเอดส์ในที่ทำงาน (ข้อแนะฉบับที่ 200) มาตรฐานดังกล่าวไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบต่อลูกจ้างที่มีเชื้อเอชไอวี และเรียกร้องให้นายจ้างสนับสนุนให้ลูกจ้างเข้าถึงการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและการรักษา

โครงการ VCT@WORK ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลกที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศและโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ได้เปิดตัวในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 จุดมุ่งหมายของโครงการนี้คือการให้บริการการตรวจเลือดโดยสมัครใจ ครอบคลุมลูกจ้างจำนวน 5 ล้านคนภายในสิ้นปี พ.ศ. 2558 ภาคีหลักของโครงการในประเทศประกอบด้วยกระทรวงแรงงาน สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สภาแรงงานแห่งประเทศไทย และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

กฤษฎาพร สิงหเสนี
สารนิเทศ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
โทร.: 02 288 1664
อีเมล์