การคุ้มครองทางสังคม
แรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมยางไทยเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิแรงงานและการคุ้มครองทางสังคม
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ร่วมมือกับพันธมิตรจากไทยและญี่ปุ่น ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและการคุ้มครองทางสังคมสำหรับแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมยางของประเทศไทย
25 กันยายน 2025
ระยอง (ข่าวไอแอลโอ) – องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ร่วมกับอุตสาหกรรมยางของประเทศไทยเสริมสร้างการคุ้มครองทางสังคมให้แก่แรงงานข้ามชาติ และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทานจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการคุ้มครองทางสังคมและสิทธิแรงงานสำหรับแรงงานข้ามชาติในภาคส่วนนี้ การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จากสวนยางพารา โรงงานแปรรูป และสถานประกอบการผลิตในจังหวัดระยอง และจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ
การประชุมฯ ได้หารือถึงช่องว่างในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นถึงความสำคัญของแรงงานและการคุ้มครองทางสังคม รวมถึงการจัดหาแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม และการประกันสังคม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับมาตรการพื้นฐานและเร่งด่วนในการส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะของแรงงานข้ามชาติในองค์กรของตน ตลอดจนแนวทางในการบูรณาการการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นางเสี่ยวเยี่ยน เฉียน ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวในที่ประชุมถึงความสำคัญระดับโลกของอุตสาหกรรมยางไทยว่า “อุตสาหกรรมนี้ได้จัดหาวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่การผลิตยานยนต์ไปจนถึงสาธารณสุข สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากปราศจากความทุ่มเทของแรงงาน รวมถึงแรงงานข้ามชาติ และด้วยการส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย การสร้างสภาพการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัย ภาครัฐและนายจ้างไม่เพียงเสริมสร้างโอกาสที่ดีขึ้นสำหรับแรงงานข้ามชาติเท่านั้น แต่ยังสร้างความยั่งยืนและชื่อเสียงให้กับอุตสาหกรรมยางของไทยอีกด้วย”
นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) กล่าวว่า “การขยายความคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมถึงแรงงานข้ามชาติจะช่วยพัฒนาความยืดหยุ่น ความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงศักยภาพทางการตลาดของธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยางซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกหลักของไทย และที่สำคัญไม่แพ้กันคือบทบาทของบริษัทขนาดใหญ่ในการถ่ายทอดแนวปฏิบัติด้านธุรกิจที่มีความรับผิดชอบไปยังซัพพลายเออร์ของตน เพื่อสนับสนุนการบูรณาการแนวปฏิบัติตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสอดคลอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดโลก”
นายอำนวย งามเนตร์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ได้กล่าวถึงมุมมองในระดับจังหวัดว่า“ระยองเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยางไทย ด้วยมีทั้งสวนยาง โรงงานแปรรูป และสถานประกอบการผลิต ซึ่งจ้างแรงงานข้ามชาติเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีทั้งบรรษัทข้ามชาติและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อยู่ด้วย โดยการส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคม การปรับปรุงสภาพการทำงาน และการยกระดับทักษะของแรงงานข้ามชาติ ล้วนมีส่วนช่วยสร้างงานที่มีคุณค่า ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระดับจังหวัดและระดับประเทศด้วย”
ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2565–66 มีผลผลิตยางประมาณ 4.7 ล้านตัน หรือราวหนึ่งในสามของปริมาณยางทั่วโลก อุตสาหกรรมนี้มีบทบาทที่สำคัญต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมของไทย โดยมีครัวเรือนที่ทำสวนยางพาราประมาณ 1.6 ล้านครัวเรือน และแรงงานกว่า 6 ล้านคนที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ การแปรรูป ไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งนี้แรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะจากเมียนมา ถือเป็นกำลังสำคัญในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในกิจกรรมที่ใช้แรงงานอย่างเข้มข้น
การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Business Conduct - RBC) สำหรับแรงงานข้ามชาติในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยาง” ร่วมจัดขึ้นโดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ภายใต้ โครงการห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและครอบคลุมสำหรับแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย (RISC-Migrant) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
สรุปการประชุมเชิงวิชาการฉบับภาษา English และภาษา Thai.
การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบสำหรับแรงงานข้ามชาติในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยาง ณ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ©ไอแอลโอ
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
ยูตะ โมโมเสะ
เจ้าหน้าที่วิชาการ
อีเมล: [email protected]