Labour migration

จุดทะเลเปลี่ยนประมงไทย

โดย เจสัน จัดด์ เจ้าหน้าที่อาวุโส โครงการสิทธิจากเรือสู่ฝั่ง องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ)

Comment | Bangkok, Thailand | 18 December 2018
วันแรงงานข้ามชาติสากลจัดขึ้นทุกปีในวันที่ 18 ธันวาคม เป็นวันที่ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญและการต่อสู้ของแรงงานข้ามชาติที่ทิ้งบ้านมาหางานทำ งานที่ให้รายได้ที่เป็นธรรม ที่มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย ที่สามารถเลี้ยงดูและปกป้องครอบครัว ที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศเรียกว่า งานที่มีคุณค่า

วันแรงงานข้ามชาติสากลยังเป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทยกว่า 1 ล้านคน ที่ทำงานอยู่ต่างแดน ในภาคประมงที่ประเทศมาเลเซีย ภาคการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ภาคการก่อสร้างที่ประเทศกาตาร์ เป็นต้น และเป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานข้ามชาติกว่า 3 ล้านคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ในภาคประมง เกษตรและการก่อสร้าง โดยแรงงานเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย จนเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการการเติบโตหรือการอยู่รอดของภาคอุตสาหกรรมไทยเหล่านี้โดยปราศจากแรงงานข้ามชาติ

ในส่วนของภาคประมงไทย เกือบร้อยละ 90 ของแรงงาน 60,000 คนที่ทำงานบทเรือประมงพาณิยช์เป็นแรงงานข้ามชาติที่มาจากเมียนมาร์และกัมพูชา รัฐบาลไทยได้กำหนดมาตรฐานการทำงานภาคประมงตามอนุสัญญา ไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ที่ว่าด้วยงานในภาคการประมงซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพที่ยากลำบากและอันตรายที่สุดอาชีพหนึ่งในโลก

อนุสัญญาฯ ระบุให้มีการจ่ายค่าแรงอย่างสม่ำเสมอ มีสัญญาจ้างงานที่เป็นลายอักษร มีอาหารและน้ำที่เพียงพอและมีการอบรมเรื่องความปลอดภัยให้แก่แรงงานประมง สำหรับประเทศไทย มาตรฐานการทำงานขั้นพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งที่กฎหมายไทยบังคับอยู่แล้วอันเป็นผลจากการปฏิรูปของรัฐบาลสืบเนื่องจากความสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลกในปี 2557 ทีมีต่อการละเมิดแรงงานในภาคประมงไทย

จากการตัดสินใจให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการทำงานภาคประมงเมี่อเดือนพฤศจิกายนและการรับรองพิธีสารว่าด้วยแรงงานบังคับเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำในภูมิภาค การออกเสียงลงมติเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการทำงานภาคประมงนั้น สร้างแรงกดดันให้กับประเทศอินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลในปีที่แล้วรวมกันทั้งสิ้นสิบสองพันล้านดอลล่าร์ ต้องปฎิบัติตามตัวอย่างจากประเทศไทย

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสเป็นผู้นำในที่ประชุมระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อแรงงานประมง หรือ Southeast Asia Forum for Fishers ที่จะจัดขึ้นโดย ไอแอลโอ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ นายจ้างและสหภาพจากประเทศผู้ผลิตอาหารทะเลหลักๆ ของภูมิภาคเข้าร่วมการประชุมเพื่อลดและขจัดแรงงานบังคับในภาคประมง

การตัดสินใจให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการทำงานภาคประมงของประเทศไทยยังส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้กับรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์และกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศต้นทางของแรงงานประมงนับหมื่นคนที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องการจ้างงานว่ารัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานในภาคประมงเป็นงานที่มีคุณค่า

ความมุ่งมั่นนี้มีความหมายสำคัญยิ่งกว่าการออกกฎระเบียบต่างๆ โดยสิ่งที่สำคัญในอันดับต่อไปคือการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งและคงเส้นคงวา ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อแรงงานข้ามชาติสามารถรวมตัวจัดตั้งกลุ่มและต่อรองกับนายจ้างได้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพจะส่งผลดีต่อแรงงานและชื่อเสียงของอุตสาหกรรมไทยไปทั่วโลกและยังมีประโยชน์ต่อเจ้าของเรือประมงผู้ที่ปฎิบัติตามกฎระเบียบ โดยก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรมในภาคอุตสาหกรรม

วันแรงงานข้ามชาติสากลสำหรับประเทศไทยในปีนี้ มีความสำคัญยิ่งกว่าการเป็นวันของแรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกหรือมาจากที่ใดก็ตามที่เรียกว่าบ้าน แต่เป็นวันที่พวกเราทุกคนควรคิดว่าแรงงานและความเป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับพวกเราทุกคนอย่างไร

(ความคิดเห็นในบทความนี้เป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียวและมิใช่ท่าทีของ ไอแอลโอ ประเทศสมาชิก หรือไตรภาคี)