แรงงานสูงอายุมีผลกระทบต่อผลิตภาพการผลิตและการพัฒนาของประเทศไทย รายงาน ILO กล่าว

Type Press release
Date issued 13 April 2009
Reference ROAP/09/12
Unit responsible ILO Regional Office for Asia and the Pacific
Subjects older workers
Other languages English

(ILO กรุงเทพฯ) จากรายงานฉบับใหม่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เรื่อง “งานที่มีคุณค่าของแรงงานสูงอายุในประเทศไทย” ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างประชากรของประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผลิตภาพการผลิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติวันที่ 13 เมษายน ILO จึงเปิดตัวรายงานฉบับนี้ รายงานกล่าวว่า มีผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี ขึ้นไป) ทั้งชายและหญิงจำนวนมากขึ้น ที่ยังคงทำงานต่อไปในสภาพการทำงานที่เสียเปรียบ รายได้ไม่มั่นคง และได้รับการคุ้มครองทางสังคมที่จำกัด อัตราจ้างงานต่อวันและต่อชั่วโมงของผู้สูงอายุ จะต่ำกว่าค่าจ้างลูกจ้างประเภทอื่น ๆ และผู้สูงอายุส่วนมากมีรายได้ที่ไม่เพียงพอ

รายงานเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงทางประชากรนี้ จะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ตลอดจนผลิตภาพการผลิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ทั้งนี้ ดูได้จากประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่คล้ายคลึงกัน

สัดส่วนของผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า ระหว่างปี พ.ศ. 2518 ถึง พ.ศ. 2550 จากร้อยละ 5 ของประชากร เป็นร้อยละ 11 (จำนวน 7.2 ล้านคน) ทั้งนี้ เนื่องจากการลดลงของอัตราการตายและการเกิด ตามรายงานมีการคาดคะเนกันว่า ในปี พ.ศ. 2568 ประชากรหนึ่งในห้าจะมีอายุมากกว่า 60 ปี และในปีพ.ศ. 2593 จะมีผู้สูงอายุเกือบเป็นหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมด

ประชากรสูงอายุที่เป็นหญิงก็จะมากขึ้น คาดกันว่าอัตราผู้สูงอายุหญิงต่อชายจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.4 ในปีพ.ศ. 2543 เป็นร้อยละ 10.8 ในปีพ.ศ. 2568 และร้อยละ 11.8 ในปี พ.ศ. 2593 นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ เช่นในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมาก ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะประชากรหนุ่มสาว ย้ายไปทำงานในเมืองกันมาก ผลกระทบจาก HIV/AIDS และการเปลี่ยนแปลงบทบาทของสถาบันครอบครัว

ผู้สูงอายุโดยเฉพาะในชนบท มักจะประสบปัญหาความยากจน ร้อยละ 90 ของคนอายุมากกว่า 60 ปีทำงานในงานนอกระบบ และมีสัดส่วนที่สูงมากในชนบทของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เกือบหนึ่งในสามเป็นคนที่ทำกิจการของตนเอง (หรืออาจเป็นหุ้นส่วนกับผู้อื่น แต่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง) ซึ่งเป็นจำนวนสองเท่าของสัดส่วนของผู้ทำงานทั้งหมด ผู้สูงอายุร้อยละ 14 ตกอยู่ในสภาพความยากจน (ต่ำกว่าเส้นความยากจนด้านรายจ่าย) เมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 9.6 ของประชากรยากจนรวม แรงงานสูงอายุส่วนใหญ่ทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเท่ากับเวลาการทำงานของแรงงานวัยแรงงาน ทว่าได้อัตราค่าจ้างที่ต่ำกว่า

“รายงานฉบับนี้ ตอกย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ” นางสาวรีก้า ฟูจิโอกะ ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมของ ILO กล่าว

ผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าว “ประเทศไทยมีจำนวนประชากรสูงอายุมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน จำนวนผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าใน 20 ปี ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ ประเทศสวีเดนใช้เวลา 85 ปี และฝรั่งเศส 115 ปี”

“ผลกระทบจากอัตราการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วนี้ ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นอย่างมาก ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญ” นายโสภณ แท่งเพ็ชร์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ ผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าว

รายงานเสนอข้อแนะนำดังนี้

  • ส่งเสริมโอกาสการจ้างงานแก่ผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย โดยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในกลุ่มนายจ้างในภาคเอกชน ให้ตระหนักถึงความรู้ความสามารถของแรงงานสูงอายุ ระบบการเกษียณที่ยืดหยุ่น รางวัลหรือสิ่งกระตุ้นที่สนับสนุนการกลับมาเข้ารับการฝึกอบรมทักษะใหม่ และการจ้างงานใหม่ของผู้สูงอายุ และการเปิดโอกาสให้แรงงานสูงอายุได้เพิ่มพูนทักษะของตนเอง
  • ขยายภาคงานที่ผู้สูงอายุจะมีโอกาสหารายได้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตร แต่ยังมีภาคการผลิตอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น การค้า การผลิต การคมนาคม การสื่อสารและอุตสาหกรรมชุมชน
  • ลดความเปราะบางของผู้สูงอายุ โดยการเพิ่มโอกาสการหารายได้ให้ผู้สูงอายุ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดช่องว่างระหว่างแรงงานที่มีอายุมากกว่า 60 ปีและวัยแรงงาน
  • ส่งเสริมระบบประกันสังคม ซึ่งรวมถึงในระดับชุมชน เพื่อสนับสนุนระบบสวัสดิการของภาคเอกชนและภาครัฐ
  • เพิ่มความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวให้มากขึ้น ตลอดจนปรับปรุงการเก็บข้อมูลสถิติ เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบาย ทั้งนี้ รวมถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรนายจ้าง ลูกจ้าง กลุ่มทางสังคม และผู้กำหนดนโยบาย และศึกษาเปรียบเทียบการดำเนินงานของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

ดูรายงาน(ภาษาอังกฤษ) ได้ที่ www.ilo.org/asia หน้า Research and Data

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

กฤษฎาพร สิงหเสนี

สารนิเทศ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ

โทร 02 288 1664

krisdaporn@ilo.org

โสภณ แท่งเพ็ชร์

ผู้เขียนรายงาน

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ

โทร 053 221 600, 081 035 6702

^ top

International Labour Organization (ILO): Contact us | Site map |